ในที่สุด ก็ได้เรียน

posted on 18 Feb 2013 20:30 by hollyshort
ผลสอบออกมาหลายวันแล้วค่ะ แต่เพิ่งจะมีเวลามาอัพบล๊อก

วันที่11กุมภา เราอยู่ข้างนอก แล้วปรากฏว่า กสพท.(กลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทย) ออกประกาศตอนประมาณ5โมงครึ่ง เราไม่รู้เรื่องเลย พอดีมีเพื่อนส่งเมสเซจมาบอกว่าติดแล้ว เราเลยขอยืมไอโฟนพี่ที่รู้จักเช็คดู

เห็นรายชื่อตัวเองอยู่ในมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้อันดับ1 ดีใจมาก จริงๆแล้วคะแนนสอบออกมาก่อนค่ะ เราก็พอจะรู้ได้จากสถิติปีที่ผ่านๆมา ว่าจะติดรึเปล่า แต่ยังไงๆ ก็ต้องรอ กสพท.ประกาศอีกทีอยู่ดี

ช่วงนี้ดีใจมาก ลอยเลย รู้สึกว่าสิ่งที่ได้รับมันช่างคุ้มค่ากับ1ปีที่ลงทุน 1ปีที่คนอื่นๆ(คนที่เค้าไม่เข้าใจ)เอาแต่พูดว่าเสียดายเวลา  พี่ที่รู้จักบอกว่า อีก6ปีต่อจากนี้ เป็นของจริง ระยะเวลาที่เราซิ่ว เรื่องดราม่าต่างๆ เป็นแค่ขนม ของจริงรออยู่อีก6ปีนับจากนี้

ต่อไปนี้ก็จะพยายามให้มันสมกับสิ่งที่ได้รับมา ได้รับเลือกให้เรียนในคณะที่อยากเรียนมากขนาดนี้

ทุกคนเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ

ถ้ามีเรื่องดราม่าอะไรอีก จะมาเล่าให้ฟังนะคะ ขอบคุณทุกคนค่ะ
เป็นเด็กซิ่วนี่มันเศร้าจริงๆนะคะ
 
บนหลังของเด็กซิ่วทุกคนจะแบกความหวังของคนรอบข้างเอาไว้ เด็กม.6ก็แบกค่ะ แต่น้อยกว่า ทุกคนจะคิดว่าเด็กซิ่วต้องสอบติด เพราะมีเวลาอ่านมากกว่าคนอื่น
 
ตั้งแต่ พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อนพ่อ เพื่อนแม่ เพื่อนเรา เจ๊ข้างบ้าน  ป้าขายน้ำ แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ถ้าเค้ารู้ว่าเราเรียนจบ.6แล้ว เค้าจะถามค่ะ ว่า "เรียนอะไรอะหนู"  "ติดที่ไหน"  มันเป็นคำถามที่เด็กซิ่วลำบากใจที่จะตอบมากค่ะ คือ ถ้าไม่ติดที่ไหนเลย ถ้าพูดออกไปก็รู้สึกแย่ อารมณ์ประมาณว่า "โห ป้า หนูเอ็นไม่ติดค่ะ"  ส่วนคนที่ติด แล้วไม่เรียน เค้าก็จะถามต่อว่า "ทำไมไม่เรียนหละ"  "คณะนี้ก็ดีอยู่แล้วนะ"  "เสียดายเวลา"  "แล้วถ้าซิ่วแล้วไม่ติดอีกหละทำไง"  หรือ คนที่เรียนไป แล้วมาลาออกทีหลัง ก็โดนค่ะ ประมาณว่า "โห ลาออกมาทำไม"  "เสียดายเวลา"  "เสียดายหน่วยกิต"  "เสียดายค่าเทอม" บลาๆๆๆ... ล้วนเป็นคำพูดที่ทำให้เด็กซิ่วรู้สึกแย่ทั้งนั้น 
 
แค่นั้นยังไม่พอ ในวันที่เด็กซิ่วไปสอบ ถ้าใส่ชุดนักศึกษา หรือชุดอื่นๆที่ไม่ใช่ชุดนักเรียนมัธยม จะได้ยินเสียงเหน็บแนมจากรุ่นน้องม.6ค่ะ "ซิ่วไมวะ แมร่งงง แย่งที่.." เยอะมากกกก น่ากลัวมากกกด้วย ดังนั้นต้องเก็บชุดมัธยมเอาไว้ใส่ไปสอบ 55555
 
เป็นเด็กซิ่วนี่มันเหงามากเลยนะคะ เราอ่านหนังสืออยู่บ้านในขณะที่เพื่อนๆได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ได้รับน้อง มีพี่รหัส ร้องเพลงเชียร์ แล้วสมัยนี้ social networkมันแบ่งปันข้อมูลกันได้ไว เห็นรูปเพื่อนๆโดนแท็ก เวลารับน้อง แลดูสนุกสนาน ทั้งๆที่พวกเพื่อนๆก็โทรมาบ่นๆให้เราฟังว่ารุ่นพี่โหด นู่นนี นั่น  มีอยู่วันนึงค่ะ เราออนเอ็ม(ยังมีใครเล่นอยู่ไหมเนี่ย)ปกติเพื่อนๆเราที่สนิทๆกัน ประมาณ6-7คน จะออนตลอด แต่วันนั้นปรากฏว่าไม่มีใครออนเลยค่ะ แล้วอากาศวันนั้นก็เย็นๆ ฝนจะตก วินาทีนั้น บรรยากาศเศร้าๆ เหงาๆ  น้ำตาเราร่วงเลยค่ะ ฮ่าาาาา   ดราม่ามาก พอนึกแล้วก็ขำนะทำไมเราบ่อน้ำตาตื้นจังฟะ
 
ฝากไว้สำหรับใครที่คิดจะเป็นเด็กซิ่วแบบที่ไม่เรียนเลย คุณต้องใจเเข็งนิดนึงนะคะ เพราะชีวิตมันเศร้ามาก ยิ่งถ้าชอบอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านมากกว่าไปเรียนข้างนอกด้วยแล้ว เพราะคุณจะไม่ค่อยได้เจอใคร มันเหงาจริงๆค่ะ
 
 
 
 
เด็กม.6ส่วนใหญ่กลัวเด็กซิ่วค่ะ
 
ตอนเราอยู่ม.6เราก็กลัวเหมือนกัน 
 
แต่พอเราได้ขยับฐานะมาเป็นเด็กซิ่วแล้ว ทำให้ได้รู้ค่ะ....
 
เด็กซิ่วได้เปรียบตรงมีเวลาในการอ่านมากกว่าเด็กม.6ค่ะ แต่ว่าถ้าบริหารเวลาไม่ดี ก็มีเฟลกันได้นะคะ เพราะว่าเนื้อหามันค่อนข้างเยอะมากๆ ได้หน้าลืมหลังอะไรประมาณนี้อะค่ะ Embarassed
 
เราวางแผนอ่านหนังสือโดยอ่านแบบวนๆค่ะ คือ วันนึงเราจะอ่านประมาณ 3วิชา เพราะเราเป็นคนขี้เบื่อค่ะ ถ้าอ่านวิชาไหนเกิน4ชั่วโมง สมาธิเรากระเจิงค่ะยิ่งเป็นวิชาที่ไม่ชอบด้วยแล้วยิ่งหนักเลยค่ะ(อันนี้เป็นเทคนิคส่วนบุคคลนะคะ แค่อยากจะแบ่งปันCool)
 
ตอนแรกเราอ่านฟิสิกส์ เลข เคมี ชีวะ แบบแยกบทก่อนค่ะ แล้วก็ทำโจทย์แบบแยกบท
 
หลังจากนั้นเราก็มาทำโจทย์รวม เราทำโจทย์ย้อนหลัง15พ.ศ.ค่ะ
 
แนะนำสำหรับน้องๆที่จะสอบปีหน้านิดนึงนะคะ (ไม่รู้ว่าจะตรงกับสุภาษิตที่ว่า ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดรึเปล่าเพราะเราก็ยังไม่เห็นคะแนนสอบตัวเองเลย แต่อยากแบ่งปันอ่ะ Cry)
ข้อสอบเลข เคมี ชีวะ มันค่อนข้างตรงกับ 7 วิชาสามัญค่ะ คิดว่าทำ15พ.ศ.แล้วพอเจอข้อสอบก็ค่อนข้างยิ้มออกอะค่ะ แต่ว่าวิชาฟิสิกส์มัน advance นิดนึง อาจะเป็นเพราะจำนวนข้อที่น้อยกว่าเลยจัดซะหนักกระอักเลือดกันเลยทีเดียว แต่ก็มีบางคนที่ทำข้อสอบฟิสิกส์ได้เต็ม100นะคะ อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยชอบฟิสิกส์อยู่แล้วก็ได้
สำหรับวิชาภาษาอังกฤษ เราคิดว่ามันเป็นวิชาที่ต้องสะสมมาตั้งแต่เด็กๆอะค่ะ 
ส่วนไทย-สังคม เราเรียนค่ะ คอร์สเอ็นโดยเฉพาะ เน้นว่ามีเวลาน้อย
 
10วันก่อนสอบ เราเอาช๊อตโน๊ตที่ทำไว้มาอ่านค่ะ อ่านแค่สรุป พวกสูตรฟิสิกส์ สูตรเลข อะไรพวกนี้
 
7วันก่อนสอบ เรานอนไม่หลับเลยค่ะ เครียดมากกกกก ปกติเป็นคนนอนเยอะค่ะ :D ณ ตอนนั้น เข้าใจเลยว่าเครียดจนนอนไม่หลับมันเป็นยังไง(ตอนม.6ไม่เคยเป็น) พ่อกับแม่ก็พูดตลอดว่า ไม่ต้องเครียดลูก ได้เท่าไหนก็เท่านั้น อะไรพวกนี้ ถามว่าฟังแล้วรู้สึกดีขึ้นไหม..... ไม่เลยค่ะ 555 
 
3วันก่อนสอบ เราไปดูหนังค่ะ ชวนเพื่อนสนิทไป หลุดโลกกันไปเลย ไปทำกิจกรรมที่ชอบ(เราชอบแทงบิลเลียตพูลค่ะ)
 
กลับมาแล้วนอนหลับสนิท ไม่เครียดเลยสงสัยเพราะเหนื่อย 
 
เราโชคดีค่ะ ที่หายเครียดก่อนวันสอบ คืนก่อนสอบ เราหลับเต็มที่เลย....